วันนี้ทำโรงทานในงานทอดกฐินประจำปี พ.ศ. 2559 ณ. วัดป่าสวนธรรมรส อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ ร่วมอนุโมทนาบุญด้วยกันค่ะ
Month: October 2016
บรรยากาศแห่งฤดูหนาว
เช้านี้อากาศเย็นสบายบรรยากาศแห่งฤดูหนาวเริ่มมาเยือนแล้ว อุณหภูมิอยู่ในราว 23-24 องศา และคิดว่าหลังจากนี้น่าจะลดต่ำลงเรื่อยๆ มีการคาดหมายจากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาว่าปีนี้จะหนาวจัดในรอบ 3 ปี ท่านที่ต้องการมาเที่ยวเชียงใหม่ก็จัดเตรียมโปรแกรมกันก่อนเนิ่นๆค่ะ เดี๋ยวจะหาที่พักลำบาก
สำหรับที่สวนสายลมลูกหม่อนเริ่มออกผลเต็มที่ผ่านไปผ่านมาแถวนี้แวะมาชิมหม่อนกันนะคะ โทรสอบถามได้ค่ะ คุณแป๊ว 087-8448586
ทุ่งสังหาร (Killing field)
ชื่ออาจจะดูน่ากลัวแต่จริงๆแล้วไม่ได้เกี่ยวข้องกับภาพยนต์เรื่อง The Killing Fields แต่อย่างใด เพียงแต่เปรียบเทียบในแง่ของพิษภัยแอบแฝงจากการทำเกษตรกรรมยุคใหม่ที่เน้นผลิตผลในแง่รายได้ ปริมาณ และความรวดเร็วในการเก็บเกี่ยว มากกว่าเรื่องความปลอดภัยของอาหารและสิ่งแวดล้อม
เมื่อขับรถผ่านบริเวณทุ่งราบซึ่งรายล้อมด้วยภูเขาจะเห็นทุ่งนาข้าวเขียวชอุ่ม ผ่านไปอีกสักระยะก็จะเห็นทุ่งหอมหัวใหญ่ปลูกสุดลูกหูลูกตา จากนั้นก็เป็นต้นยาสูบ แล้วตามด้วยอ้อย แล้วต่อด้วยถั่วเหลือง และข้าวโพด เป็นต้น เท่าที่สังเกตพื้นดินบริเวณแถวนี้แทบจะไม่ได้ว่างเว้นจากการใช้งานเกิน 1 เดือน เสร็จสิ้นจากการปลูกพืชอย่างหนึ่งก็จะถูกขุดแปลงเพื่อปลูกพืชอย่างอื่นต่อเนื่องไปเลย
มีคนรู้จักกันเขาไปทำงานรับจ้างในทุ่งแห่งนี้เล่าให้ฟังว่า พื้นดินแถวนี้จะไม่ได้ว่างเว้นจากการใช้งานเลย ต้องใช้ปุ๋ยเคมีเยอะเพื่อให้ได้ผลผลิตสูงตามที่เจ้าของต้องการ บวกกับสารกำจัดวัชพืช (ยาฆ่าหญ้า) สารกำจัดแมลง (ยาฆ่าแมลง) ฮอร์โมนเร่งดอกเร่งผลต่างๆ จะถูกฉีดพ่นอย่างต่อเนื่อง สารเคมีเหล่านี้ก็สะสมอยู่บนพื้นดินมานานวันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บางคนเป็นแผลตามเท้าตามขาจะไม่สามารถลงไปทำงานแถวนี้ได้ เพราะเกิดอาการแพ้ และโดนสารเคมีกัดเท้ากัดมือเป็นแผลเฟอะฟะ
นอกจากตัวเกษตรกรเอง และคนงานที่มารับจ้างจะได้รับสารพิษสะสมในร่างกายแล้ว กุ้ง หอย ปู ปลา สัตว์เล็กสัตว์น้อยก็ได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่ แถมไปด้วยสารเคมีที่ไหลลงแม่น้ำคนที่ใช้น้ำอุปโภคบริโภคก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน สุดท้ายก็เป็นผู้บริโภคที่ต้องรับผลกระทบเป็นห่วงโซ่สุดท้ายของวงจรการปลูกพืชสมัยใหม่
สอนหลักสูตรแปรรูปอาหาร
สมุนไพรในสวน
ผลพลอยได้จากการทำเกษตรไร้สารพิษคือมีพืชพรรณสมุนไพรเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหลากหลายชนิด บางอย่างปลูกเพิ่มเติมเอง บางชนิดเป็นทั้งพืชผัก บางชนิดเป็นยารักษาโรค เท่าที่พบสมุนไพรในสวนสายลมมีดังนี้
สะเดา – บำรุงธาตุ แก้โรคผิวหนัง หัวใจ ถอนพิษไข้
กาสะลอง(ปีบ) – บำรุงกำลัง โลหิต ปอด รักษาวัณโรค
มะรุม – ลดไขมัน รักษาโรคหอบหืด หัวใจ ภูมิแพ้ เริม งูสวัด
มะขามป้อม – วิตามินซีสูง บำรุงประสาท สมอง สายตา แก้หวัด ไอ ละลายเสมหะ
ขี้เหล็ก – บำรุงธาตุ สมอง สายตา แก้ไข้ วัณโรค ความดัน เบาหวาน มะเร็ง นิ่ว ขับปัสสาวะ
มะตูมซาอุ – ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ขับปัสสาวะ แก้ความดัน ไขข้อ ท้องผูก มะเร็ง
ช้างน้าว – บำรุงกำลัง โลหิต น้ำนม แก้ไข้ เบาหวาน ดีซ่าน กระษัย ประดง บิด ปวดเมื่อย
ปอสา – บำรุงกำลัง ตับ ไต แก้ไอ อาเจียน กระอักเลือด ตกเลือด ปัสสาวะเป็นหนอง พิษงู
มะตูม – บำรุงธาตุ ร่างกาย ยาระบาย แก้หวัด ท้องร่วง ท้องผูก ลม หลอดลมอักเสบ
สะแก – แก้ไอ เสมหะ ปวดเมื่อย ริดสีดวง ไข้สันนิบาต มะเร็งตับ ตานขโมย ฝีมะม่วง
ปลาไหลเผือก – บำรุงกำลัง ร่างกาย โลหิต รักษาความดันโลหิตสูง วัณโรค กาฬโรค
หัวข้าวเย็น – ต้านอนุมูลอิสระ แก้โรคมะเร็ง กามโรค ฝีอักเสบ ริดสีดวงทวาร ไข้ทับระดู
โด่ไม่รู้ล้ม – บำรุงกำลัง หัวใจ เลือด แก้ไข้ตัวร้อน ไข้จับสั่น มาลาเรีย หลอดลมอักเสบ
ม้ากระทืบโลง – ยาอายุวัฒนะ บำรุงธาตุ ร่างกาย โลหิต แก้เลือดเสีย ปวดศีรษะ ปวดฟัน
ตำลึงหวาน(อ่อมแซ่บ) – บำรุงกำลัง เลือด แก้พิษไข้ ฝีในปาก ขับลม ขับพยาธิ
นมราชสีห์ – บำรุงกำลัง ประสาท แก้ธาตุพิการ กระษัย หืดหอบ ปากนกกระจอก มาลาเรีย
เจียวกู่หลาน – ต้านอนุมุลอิสระ บำรุงร่างกาย ประสาท แก้ไอ ความดันโลหิต น้ำตาล ไขมัน
กวาวเลือด – ยาอายุวัฒนะ บำรุงร่างกาย โลหิต ถอนพิษ แก้ลม โรคตับ สมานลำไส้
เหงือกปลาหมอ – ยาอายุวัฒนะ บำรุงร่างกาย ประสาท โลหิต ธาตุ ต้านมะเร็ง แก้หืดหอบ
มะแว้ง – บำรุงธาตุ แก้วัณโรค ไซนัส เบาหวาน ไอ ปวดศีรษะ กระเพาะ ท้องอืด ขับลม
มะระขี้นก – บำรุงธาตุ กำลัง แก้พิษ ฝีบวมอักเสบ ปวดฟัน โรคกระเพาะ ขับพยาธิ
ว่านหางจรเข้ – แก้เบาหวาน ปวดศีรษะ แผลในกระเพาะ รักษาแผลสด ไฟไหม้
ทองพันช่าง – ยับยั้งมะเร็งปอด กระเพาะ แก้โรคไต มะเร็ง กระษัย
ฟ้าทะลายโจร – ต้านอนุมูลอิสระ แก้ไข้ ร้อนใน มะเร็ง ลำใส้ กระเพาะอักเสบ
เล็บเหยี่ยว – ยาระบาย ขับระดูขาว แก้ไอ เบาหวาน กระเพาะ ขับเสมหะ ถ่ายพยาธิ
ชะพลู – ต้านอนุมูลอิสระ บำรุงธาตุ สายตา กระดูก ลำใส้ แก้เบาหวาน บิด ขับลมในลำใส้
เชียงดา – ต้านอนุมูลอิสระ บำรุงกำลัง สายตา แก้ไข้ หอบ หืด ไขมัน เบาหวาน ปวดเมื่อย
ชงโค – ดอกมีกลิ่นหอม เป็นยาระบาย แก้ไอ พิษไข้ ท้องเสีย บิด ขับลม ขับปัสสาวะ
กระชาย – ยาอายุวัฒนะ บำรุงร่างกาย ธาตุ หัวใจ กระดูก สมอง แก้ลมวิงเวียน ท้องร่วง
สาบเสือ – บำรุงกำลัง หัวใจ สายตา แก้อ่อนเพลีย ปวดท้อง ริดสีดวงทวาร บาดทะยัก
หญ้าคา – บำรุงร่างกาย ห้ามเลือด แก้ไข้ อักเสบ ไอ สะอึก หอบ มะเร็งลำใส้ กระเพาะ
หญ้าแฝก – บำรุงโลหิต ขับปัสสาวะ แก้โรคประสาท ปวดเมื่อย ปวดท้อง พิษหัด สุกใส
หญ้าแห้วหมู – ต้านอนุมูลอิสระสูง ยาอายุวัฒนะ ลดไขมัน พิษในตับ แก้แผลในกระเพาะ
หญ้าหางม้า – ต้านอนุมูลอิสระ บำรุงกำลัง แก้แผลในกระเพาะ ไขข้อ กระดูกพรุน โรคเกาต์
หญ้าใต้ใบ – บำรุงธาตุ ร่างกาย ตับ แก้ไข้ ไอ หืด มาลาเรีย เบาหวาน ความดัน ดีซ่าน
ย่านาง – ยาอายุวัฒนะ ต้านอนุมูลอิสระ บำรุงตับ ไต แก้ความดัน พิษไข้ เริม งูสวัด ภูมิแพ้
สะระแหน่ – กำจัดอนุมูลอิสระ ดับร้อน บำรุงสายตา หัวใจ แก้หวัด หืดหอบ ท้องอืด
กระเจี๊ยบ – บำรุงธาตุ โลหิต แก้ร้อนใน โรคกระเพาะ ลำใส้อักเสบ เบาหวาน ไขมัน
ตะไคร้ – บำรุงธาตุ ขับเหงื่อ แก้ท้องอืด ความดัน ปวดศีรษะ กระษัยเส้น ขับปัสสาวะ
โสมไทย – บำรุงธาตุ กำลัง น้ำนม แก้ไอ ท้องเสีย ปัสสาวะขัด ประจำเดือนผิดปกติ
ชะเอม – บำรุงธาตุ กำลัง กล้ามเนื้อ แก้ลม โรคตา กำเดา เจ็บคอ ขับเสมหะ
โทงเทง – ขับเสมหะ แก้พิษไข้ ร้อนใน เจ็บคอ คางทูม ท้องเสีย หลอดลมอักเสบ
มะกอกเกลื้อน – บำรุงกำลัง แก้ไอ ขับเสมหะ คัน ประดง ระดูพิการ ลักปิดลักเปิด
กำลังเสือโคร่ง – บำรุงกำลัง ร่างกาย แก้ไอ ฝี อัมพาต กระษัย ปวดเมื่อย ปอดพิการ
กำลังวัวเถลิง – บำรุงกำลัง เลือด ธาตุ เส้นเอ็น บำรุงน้ำนม แก้ไข ปวดเมื่อย
สมอพิเภก – บำรุงร่างกาย ธาตุ เจริญอาหาร แก้ไข้ ไอ ลม ขับเสมหะ เจ็บคอ บิด
สมอไทย – ช่วยขับสารพิษ เจริญอาหาร บำรุงกำลัง โลหิต แก้ไข้ ไอ ลม หืด สะอึก
สมอดีงู – แก้ไข้ ลม ไอ เจ็บคอ โลหิตเป็นพิษ ตะคริว ท้องร่วง
ประดงเลือด – บำรุงเลือด แก้น้ำเหลืองเสีย ฝีหนอง ผื่น คัน
ส้มป่อย – บำรุงธาตุ แก้ไอ กระษัย ตาแดง ริดสีดวงจมูก มาลาเรีย ท้องร่วง บิด
ต้นเปา – แผลในปาก จากอาการร้อนใน
หมายเหตุ หากต้องการนำสมุนไพรไปใช้งานควรศึกษาจากตำราสมุนไพรประกอบด้วยว่าต้องนำส่วนใดไปใช้ เช่น ลำต้น เปลือก ราก ใบ ผล หรือดอก ข้อมูลข้างต้นโดยการรวบรวมมาจากหมอพื้นบ้าน และค้นหาเพิ่มเติมจากอินเตอร์เน็ต
เวิร์กช็อปปลาร้าโฮมเมด
เมื่อมีสิ่งมีชีวิต ก็ต้องมีป่า เพื่อเกื้อกูลกัน
วันปลูกต้นไม้ ปลูก อะไรหลายๆอย่างเพิ่มในสวน ปลูกกล้วยไป ๓๐ หน่อ ปลูกผักหวานป่าไป ๓๐ ต้น ปลูกผักเสี้ยว อีก ๓๐ ต้น แคนา ๑๐ ต้น ปลูกผักในวงล้อยางก่อนหน้านี้ไปประมาณ ๒๐ วง และเหลือต้นกล้าที่จะลงไปอีก ประมาณ ๒๐๐ กล้า มียางนา แคนา ขนุน ไม้แดง ไม้ประดู่ พยูง ตีนนก มะขาม มะยม หม่อน มะฮอกกานี สัก และไผ่บง ช่วงนี้ดินชุ่มน้ำฝนปลูกติดเร็ว รอลุ้นอีกทีตอนหน้าแล้งมาเยือน ปลูกกันมากๆค่ะไว้เป็นอาหารและอากาศ และเพื่อชีวิตอื่นๆที่มาทีหลังค่ะ
ป้าแป๊ว เก็บเห็ด…
เห็ดโคลนจิ๋ว หรือเห็ดข้าวตอก ออกในช่วงนี้ ใต้ต้นไม้ที่มีใบไม้ทับถมและมีปลวกมากัดกิน เกิดเชื้อราขาวและได้น้ำฝนลงมาช่วยให้เชื้อราเจริญเติบโต และกับอากาศอบอ้าวยิ่งช่วยให้เกิดเป็นดอกเห็ดเร็วขึ้น โดยเฉพาะสภาพพื้นที่ที่ไม่มีสารเคมีพวกยาฆ่าหญ้า ยากำจัดแมลง จะมีส่วนให้เกิดเห็ด และพวกแมลงตัวเล็กตัวน้อยย่อยสลายเศษซากใบไม้ให้เร็วขึ้น และเกิดอินทรีย์ในธรรมชาติมากขึ้นในทุกๆปี และจะเกิดห่วงโซ่อาหารในธรรมชาติให้กับคนและสัตว์และพืชต่างๆตลอดทั้งระบบนิเวศน์ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ