กอช. ออมเงินครบตามสิทธิ์ได้บำนาญตลอดชีพ-ได้ลดหย่อนภาษี

นายสมพร จิตเป็นธม เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) กล่าวว่า การออมเงินกับ กอช.นั้น สมาชิกสามารถสะสมเงินรวมกันตลอดทั้งปีได้ไม่เกิน 13,200 บาท ซึ่ง กอช. ใช้หลักเกณฑ์การนับตามปีปฏิทินคือเริ่มต้นจากวันที่ 1 มกราคม และสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี หากสมาชิกมีการสะสมเงินเข้ามา รัฐจะสมทบเพิ่มให้ในรูปแบบขั้นบันไดตามช่วงอายุ (สมาชิกที่มีช่วงอายุ 15-30 ปี สมทบสูงสุด 600 บาท/ปี, ช่วงอายุ 30-50 ปี สมทบสูงสุด 960 บาท/ปี และสำหรับผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไป สมทบสูงสุด 1,200 บาท/ปี)

โดยเมื่อครบกำหนด ทาง กอช. จะจ่ายเงินคืนแก่สมาชิก ซึ่งแบ่งเป็น 2 กรณี คือ สมาชิกมีเงินสะสมในจำนวนที่มากพอ จะได้รับเป็นเงินบำนาญตลอดชีวิต และกรณีที่สองหากสมาชิกสะสมเงินจำนวนไม่มากพอ จะได้รับเป็นเงินดำรงชีพ คือ กอช.จะจ่ายคืนให้สมาชิกเดือนละ 600 บาท จนกว่าเงินในบัญชีสมาชิกจะหมด

อย่างไรก็ดี สำหรับสมาชิกผู้มีสิทธิ์การออมเพียง 10 ปี (สมาชิกผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป) และมีความประสงค์จะได้รับเงินบำนาญตลอดชีวิต ต้องเร่งมือในการออม สะสมเงินให้เต็มสิทธิ์จำนวน 13,200 บาท/ปี โดยในปีนี้เหลือเวลาอีกเพียงเดือนเศษเท่านั้น และหากสะสมเช่นนี้ประจำทุกปี การันตีได้ว่าสมาชิกจะได้รับเงินบำนาญตลอดชีพอย่างแน่นอน

ปัจจุบันสัดส่วนของสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติเป็นเกษตรกรเกินครึ่งคือ 54.73%

รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.nsf.or.th

ทุ่งสังหาร (Killing field)

ชื่ออาจจะดูน่ากลัวแต่จริงๆแล้วไม่ได้เกี่ยวข้องกับภาพยนต์เรื่อง The Killing Fields แต่อย่างใด เพียงแต่เปรียบเทียบในแง่ของพิษภัยแอบแฝงจากการทำเกษตรกรรมยุคใหม่ที่เน้นผลิตผลในแง่รายได้ ปริมาณ และความรวดเร็วในการเก็บเกี่ยว มากกว่าเรื่องความปลอดภัยของอาหารและสิ่งแวดล้อม

เมื่อขับรถผ่านบริเวณทุ่งราบซึ่งรายล้อมด้วยภูเขาจะเห็นทุ่งนาข้าวเขียวชอุ่ม ผ่านไปอีกสักระยะก็จะเห็นทุ่งหอมหัวใหญ่ปลูกสุดลูกหูลูกตา จากนั้นก็เป็นต้นยาสูบ แล้วตามด้วยอ้อย แล้วต่อด้วยถั่วเหลือง และข้าวโพด เป็นต้น เท่าที่สังเกตพื้นดินบริเวณแถวนี้แทบจะไม่ได้ว่างเว้นจากการใช้งานเกิน 1 เดือน เสร็จสิ้นจากการปลูกพืชอย่างหนึ่งก็จะถูกขุดแปลงเพื่อปลูกพืชอย่างอื่นต่อเนื่องไปเลย

มีคนรู้จักกันเขาไปทำงานรับจ้างในทุ่งแห่งนี้เล่าให้ฟังว่า พื้นดินแถวนี้จะไม่ได้ว่างเว้นจากการใช้งานเลย ต้องใช้ปุ๋ยเคมีเยอะเพื่อให้ได้ผลผลิตสูงตามที่เจ้าของต้องการ บวกกับสารกำจัดวัชพืช (ยาฆ่าหญ้า) สารกำจัดแมลง (ยาฆ่าแมลง) ฮอร์โมนเร่งดอกเร่งผลต่างๆ จะถูกฉีดพ่นอย่างต่อเนื่อง สารเคมีเหล่านี้ก็สะสมอยู่บนพื้นดินมานานวันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บางคนเป็นแผลตามเท้าตามขาจะไม่สามารถลงไปทำงานแถวนี้ได้ เพราะเกิดอาการแพ้ และโดนสารเคมีกัดเท้ากัดมือเป็นแผลเฟอะฟะ

นอกจากตัวเกษตรกรเอง และคนงานที่มารับจ้างจะได้รับสารพิษสะสมในร่างกายแล้ว กุ้ง หอย ปู ปลา สัตว์เล็กสัตว์น้อยก็ได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่ แถมไปด้วยสารเคมีที่ไหลลงแม่น้ำคนที่ใช้น้ำอุปโภคบริโภคก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน สุดท้ายก็เป็นผู้บริโภคที่ต้องรับผลกระทบเป็นห่วงโซ่สุดท้ายของวงจรการปลูกพืชสมัยใหม่

สมุนไพรในสวน

ผลพลอยได้จากการทำเกษตรไร้สารพิษคือมีพืชพรรณสมุนไพรเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหลากหลายชนิด บางอย่างปลูกเพิ่มเติมเอง บางชนิดเป็นทั้งพืชผัก บางชนิดเป็นยารักษาโรค เท่าที่พบสมุนไพรในสวนสายลมมีดังนี้

สะเดา – บำรุงธาตุ แก้โรคผิวหนัง หัวใจ ถอนพิษไข้
กาสะลอง(ปีบ) – บำรุงกำลัง โลหิต ปอด รักษาวัณโรค
มะรุม – ลดไขมัน รักษาโรคหอบหืด หัวใจ ภูมิแพ้ เริม งูสวัด
มะขามป้อม – วิตามินซีสูง บำรุงประสาท สมอง สายตา แก้หวัด ไอ ละลายเสมหะ
ขี้เหล็ก – บำรุงธาตุ สมอง สายตา แก้ไข้ วัณโรค ความดัน เบาหวาน มะเร็ง นิ่ว ขับปัสสาวะ
มะตูมซาอุ – ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ขับปัสสาวะ แก้ความดัน ไขข้อ ท้องผูก มะเร็ง
ช้างน้าว – บำรุงกำลัง โลหิต น้ำนม แก้ไข้ เบาหวาน ดีซ่าน กระษัย ประดง บิด ปวดเมื่อย
ปอสา – บำรุงกำลัง ตับ ไต แก้ไอ อาเจียน กระอักเลือด ตกเลือด ปัสสาวะเป็นหนอง พิษงู
มะตูม – บำรุงธาตุ ร่างกาย ยาระบาย แก้หวัด ท้องร่วง ท้องผูก ลม หลอดลมอักเสบ
สะแก – แก้ไอ เสมหะ ปวดเมื่อย ริดสีดวง ไข้สันนิบาต มะเร็งตับ ตานขโมย ฝีมะม่วง
ปลาไหลเผือก – บำรุงกำลัง ร่างกาย โลหิต รักษาความดันโลหิตสูง วัณโรค กาฬโรค
หัวข้าวเย็น – ต้านอนุมูลอิสระ แก้โรคมะเร็ง กามโรค ฝีอักเสบ ริดสีดวงทวาร ไข้ทับระดู
โด่ไม่รู้ล้ม – บำรุงกำลัง หัวใจ เลือด แก้ไข้ตัวร้อน ไข้จับสั่น มาลาเรีย หลอดลมอักเสบ
ม้ากระทืบโลง – ยาอายุวัฒนะ บำรุงธาตุ ร่างกาย โลหิต แก้เลือดเสีย ปวดศีรษะ ปวดฟัน
ตำลึงหวาน(อ่อมแซ่บ) – บำรุงกำลัง เลือด แก้พิษไข้ ฝีในปาก ขับลม ขับพยาธิ
นมราชสีห์ – บำรุงกำลัง ประสาท แก้ธาตุพิการ กระษัย หืดหอบ ปากนกกระจอก มาลาเรีย
เจียวกู่หลาน – ต้านอนุมุลอิสระ บำรุงร่างกาย ประสาท แก้ไอ ความดันโลหิต น้ำตาล ไขมัน
กวาวเลือด – ยาอายุวัฒนะ บำรุงร่างกาย โลหิต ถอนพิษ แก้ลม โรคตับ สมานลำไส้
เหงือกปลาหมอ – ยาอายุวัฒนะ บำรุงร่างกาย ประสาท โลหิต ธาตุ ต้านมะเร็ง แก้หืดหอบ
มะแว้ง – บำรุงธาตุ แก้วัณโรค ไซนัส เบาหวาน ไอ ปวดศีรษะ กระเพาะ ท้องอืด ขับลม
มะระขี้นก – บำรุงธาตุ กำลัง แก้พิษ ฝีบวมอักเสบ ปวดฟัน โรคกระเพาะ ขับพยาธิ
ว่านหางจรเข้ – แก้เบาหวาน ปวดศีรษะ แผลในกระเพาะ รักษาแผลสด ไฟไหม้
ทองพันช่าง – ยับยั้งมะเร็งปอด กระเพาะ แก้โรคไต มะเร็ง กระษัย
ฟ้าทะลายโจร – ต้านอนุมูลอิสระ แก้ไข้ ร้อนใน มะเร็ง ลำใส้ กระเพาะอักเสบ
เล็บเหยี่ยว – ยาระบาย ขับระดูขาว แก้ไอ เบาหวาน กระเพาะ ขับเสมหะ ถ่ายพยาธิ
ชะพลู – ต้านอนุมูลอิสระ บำรุงธาตุ สายตา กระดูก ลำใส้ แก้เบาหวาน บิด ขับลมในลำใส้
เชียงดา – ต้านอนุมูลอิสระ บำรุงกำลัง สายตา แก้ไข้ หอบ หืด ไขมัน เบาหวาน ปวดเมื่อย
ชงโค – ดอกมีกลิ่นหอม เป็นยาระบาย แก้ไอ พิษไข้ ท้องเสีย บิด ขับลม ขับปัสสาวะ
กระชาย – ยาอายุวัฒนะ บำรุงร่างกาย ธาตุ หัวใจ กระดูก สมอง แก้ลมวิงเวียน ท้องร่วง
สาบเสือ – บำรุงกำลัง หัวใจ สายตา แก้อ่อนเพลีย ปวดท้อง ริดสีดวงทวาร บาดทะยัก
หญ้าคา – บำรุงร่างกาย ห้ามเลือด แก้ไข้ อักเสบ ไอ สะอึก หอบ มะเร็งลำใส้ กระเพาะ
หญ้าแฝก – บำรุงโลหิต ขับปัสสาวะ แก้โรคประสาท ปวดเมื่อย ปวดท้อง พิษหัด สุกใส
หญ้าแห้วหมู – ต้านอนุมูลอิสระสูง ยาอายุวัฒนะ ลดไขมัน พิษในตับ แก้แผลในกระเพาะ
หญ้าหางม้า – ต้านอนุมูลอิสระ บำรุงกำลัง แก้แผลในกระเพาะ ไขข้อ กระดูกพรุน โรคเกาต์
หญ้าใต้ใบ – บำรุงธาตุ ร่างกาย ตับ แก้ไข้ ไอ หืด มาลาเรีย เบาหวาน ความดัน ดีซ่าน
ย่านาง – ยาอายุวัฒนะ ต้านอนุมูลอิสระ บำรุงตับ ไต แก้ความดัน พิษไข้ เริม งูสวัด ภูมิแพ้
สะระแหน่ – กำจัดอนุมูลอิสระ ดับร้อน บำรุงสายตา หัวใจ แก้หวัด หืดหอบ ท้องอืด
กระเจี๊ยบ – บำรุงธาตุ โลหิต แก้ร้อนใน โรคกระเพาะ ลำใส้อักเสบ เบาหวาน ไขมัน
ตะไคร้ – บำรุงธาตุ ขับเหงื่อ แก้ท้องอืด ความดัน ปวดศีรษะ กระษัยเส้น ขับปัสสาวะ
โสมไทย – บำรุงธาตุ กำลัง น้ำนม แก้ไอ ท้องเสีย ปัสสาวะขัด ประจำเดือนผิดปกติ
ชะเอม – บำรุงธาตุ กำลัง กล้ามเนื้อ แก้ลม โรคตา กำเดา เจ็บคอ ขับเสมหะ
โทงเทง – ขับเสมหะ แก้พิษไข้ ร้อนใน เจ็บคอ คางทูม ท้องเสีย หลอดลมอักเสบ
มะกอกเกลื้อน – บำรุงกำลัง แก้ไอ ขับเสมหะ คัน ประดง ระดูพิการ ลักปิดลักเปิด
กำลังเสือโคร่ง – บำรุงกำลัง ร่างกาย แก้ไอ ฝี อัมพาต กระษัย ปวดเมื่อย ปอดพิการ
กำลังวัวเถลิง – บำรุงกำลัง เลือด ธาตุ เส้นเอ็น บำรุงน้ำนม แก้ไข ปวดเมื่อย
สมอพิเภก – บำรุงร่างกาย ธาตุ เจริญอาหาร แก้ไข้ ไอ ลม ขับเสมหะ เจ็บคอ บิด
สมอไทย – ช่วยขับสารพิษ เจริญอาหาร บำรุงกำลัง โลหิต แก้ไข้ ไอ ลม หืด สะอึก
สมอดีงู – แก้ไข้ ลม ไอ เจ็บคอ โลหิตเป็นพิษ ตะคริว ท้องร่วง
ประดงเลือด – บำรุงเลือด แก้น้ำเหลืองเสีย ฝีหนอง ผื่น คัน
ส้มป่อย – บำรุงธาตุ แก้ไอ กระษัย ตาแดง ริดสีดวงจมูก มาลาเรีย ท้องร่วง บิด
ต้นเปา – แผลในปาก จากอาการร้อนใน

หมายเหตุ หากต้องการนำสมุนไพรไปใช้งานควรศึกษาจากตำราสมุนไพรประกอบด้วยว่าต้องนำส่วนใดไปใช้ เช่น ลำต้น เปลือก ราก ใบ ผล หรือดอก ข้อมูลข้างต้นโดยการรวบรวมมาจากหมอพื้นบ้าน และค้นหาเพิ่มเติมจากอินเตอร์เน็ต

 

ประโยชน์ของปุ๋ยหมักมูลไส้เดือน

ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือน คือ เศษซากอินทรีย์วัตถุ รวมทั้งดินและจุลินทรีย์ที่ไส้เดือนกินเข้าไปแล้วผ่านกระบวนการย่อยสลายอินทรียวัตถุเหล่านั้นภายในลำไส้ของไส้เดือน แล้วขับถ่ายเป็นมูลออกมา ซึ่งมูลที่ได้จะมีลักษณะเป็นเม็ดสีดำ มีธาตอาหารพืชอยู่ในรูปที่พืชสามารถนำไปใช้ได้ในปริมาณที่สูงและมีจุลินทรีย์จำนวนมาก ซึ้งในกระบวนการผลิตปุ๋ยหมักโดยใช้ไส้เดือนขยะอินทรีย์ที่ไส้เดือนกินเข้าไป และผ่านการย่อยสลายในลำไส้แล้วขับถ่ายออกมา มูลไส้เดือนที่ได้เรียกว่า “ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือน”

คุณสมบัติของปุ๋ยหมักมูลไส้เดือน
ลักษณะโครงสร้างทางกายภาพของปุ๋ยหมักไส้เดือนมีลักษณะเป็นเม็ดร่วนละเอียด มีสีดำออกน้ำตาล โปร่งเบา มีความพรุนระบายน้ำและอากาศได้ดีมาก มีความจุความชื้นสูงและมีประมาณอินทรียวัตถุสูงมาก ซึ่งผลจากการย่อยสลายขยะอินทรีย์ที่ไส้เดือนดูดกินเข้าไปภายในลำไส้ และด้วยกิจกรรมของจุลินทรีย์ที่อยู่ในลำไส้และน้ำย่อยของไส้เดือนจะช่วยให้ธาตุอาหารหลายๆ ชนิดที่อยู่ในเศษอินทรียวัตถุเหล่านั้นถูกเปลี่ยนให้อยู่ในรูปที่พืชสามารถนำไปใช้ได้ เช่น เปลี่ยนไนโตรเจน ให้อยู่ในรูป ไนเตรท หรือ แอมโมเนีย ฟอสฟอรัสในรูปที่เป็นประโยชน์ โพแทสเซียมในรูปที่แลกเปลี่ยนได้ และนอกจากนี้ยังมีส่วนประกอบของธาตุอาหารพืชชนิดอื่นและจุลินทรีย์หลายชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อดิน รวมทั้งสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชหลายชนิดที่เกิดจากกิจกรรมของจุลินทรีย์ในลำไส้ของไส้เดือนอีกด้วย

ต้องการคำแนะนำ หรือซื้อปุ๋ยหมักมูลไส้เดือน โปรดติดต่อ คุณแป๊ว 087-8448586

เชียงดา ผักพื้นบ้านสู่ชาสมุนไพรส่งออก

ผักเชียงดา เป็นไม้เถาเลื้อย มีอายุข้ามปี ความยาวของเถาขึ้นอยู่กับอายุ ลำต้นเป็นสีเขียว มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.5-5 เซนติเมตร ทุกส่วนที่อยู่เหนือดินของต้นจะมีน้ำยางสีขาวคล้ายน้ำนม ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและวิธีการปักชำ เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วน ระบายน้ำดี เป็นผักพื้นบ้านที่ชาวเหนือในแถบจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน และพะเยา นิยมปลูกไว้หน้าบ้านเพื่อนำยอดไปประกอบอาหาร

ต้องการคำแนะนำ หรือซื้อต้นพันธุ์ โปรดติดต่อ คุณแป๊ว 087-8448586